|
ผลการสำรวจภาวะธุรกิจไตรมาสที่ 4/2552 และคาดการณ์ไตรมาสที่ 1/2553
ภาพรวมดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจไตรมาสที่สี่ของปี 2552 ยังคงทรงตัวเมื่อเทียบจากไตรมาสที่ผ่านมา โดยดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจรวมอยู่ที่ระดับร้อยละ 39.0 โดยมีค่าดัชนีความเชื่อมั่นต่ำกว่า ร้อยละ 39.0 โดยมีค่าดัชนีความเชื่อมั่นต่ำกว่าร้อยละ 50.0 แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังไม่มั่นใจในสถานการณ์เศรษฐกิจภายในประเทศ และต่างประเทศ ถึงแม้ว่ารัฐบาลมีนโยบายประกันรายได้เกษตรกรก็ตาม สำหรับไตรมาสแรกของปี 53 นี้ คาดว่าดัชนีความเชื่อมั่นจะอยู่ที่ระดับร้อยละ 56.4 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสสี่ของปีที่ผ่านมา เนื่องจากผู้ประกอบการคาดว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวจากการใช้จ่ายของภาครัฐโครงการไทยเข้มแข็งและราคาสินค้าเกษตรปรับตัวสูงขึ้น
ภาวะธุรกิจโดยรวม
ภาวะธุรกิจในไตรมาสที่สี่ของปีนี้ โดยรวมยังคงชะลอตัวจากไตรมาที่ผ่านมา ปัญหาทางด้านการเมืองในประเทศและสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศและต่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้นักลงทุนยังไม่เชื่อมั่นและชะลอการลงทุนในไตรมาสนี้ สำหรับความเชื่อมั่นในไตรมาสแรกของปี 53 นี้ น่าจะปรับตัวสูงขึ้นจากไตรมาสที่ผ่านมา เนื่องจากการผลิต การส่งออก และอำนาจซื้อของประชาชนเพิ่มมากขึ้นจากราคาสินค้าเกษตรที่สูงขึ้น ทำให้ระบบเศรษฐกิจโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้น
ประเภทอุตสาหกรรม
ภาวะธุรกิจอุตสาหกรรมโดยรวมในไตรมาสนี้ ปรับตัวลดลงจากไตรมาสที่ผ่านมา จากปริมาณการผลิต คำสั่งซื้อ การส่งออก และการจ้างงานที่ลดลง เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา อาทิ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ยกเว้นอุตสาหกรรมด้านการเกษตร เช่น น้ำตาล ข้าว และเครื่องนวดข้าว มันสำปะหลัง ตะแกรงเหล็ก เป็นต้น โดยมียอดสั่งซื้อ ปริมาณการผลิตและการส่งออกที่เพิ่มขึ้น สำหรับไตรมาสแรกของปี 53 ผู้ประกอบการคาดว่าอุตสาหกรรมในภาพรวมน่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบจากไตรมาสที่ผ่านมา
ประเภทการค้าส่งค้าปลีก
ภาวะการค้าส่งค้าปลีกในไตรมาสสี่ของปีนี้ปรับตัวลดลงจากไตรมาสที่ผ่านมา โดยดัชนีความเชื่อมั่นในไตรมาสนี้อยู่ที่ 34.4 ปรับตัวลดลงจาก 37.8 ของไตรมาสที่ผ่านมา เนื่องจากประชาชนยังระมัดระวังการใช้จ่าย ประกอบกับ ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน สำหรับไตรมาสแรกของปี 2553 นี้ ผู้ประกอบการคาดว่าธุรกิจการค้าส่งค้าปลีกจะปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลภายใต้โครงการไทยเข้มแข็ง และอยู่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ตรุษจีน อาจช่วยให้ประชาชนมีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น
ประเภทการก่อสร้าง
ภาวะธุรกิจก่อสร้างในไตรมาสนี้ ปรับตัวลดลงจากไตรมาสที่ผ่านมา โดยค่าดัชนีความเชื่อมั่นอยู่ที่ระดับ 33.8 ปรับตัวลดลงจาก 50.0 ในไตรมาสที่ผ่านมา เนื่องจากราคาวัสดุยังคงมีราคาสูงจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้การก่อสร้างภาคเอกชนลดลง สำหรับการก่อสร้างภาครัฐบาล อยู่ในช่วงต้นปีงบประมาณ ส่งผลให้มีการก่อสร้างลดลง
ประเภทกิจการโรงแรม
ภาวะธุรกิจโรงแรมในไตรมาสนี้ ปรับตัวลดลงจากไตรมาสที่ผ่านมา โดยดัชนีความเชื่อมั่นในไตรมาสนี้อยู่ที่ 25.9 ปรับลดลงจาก 35.8 ในไตรมาสที่ผ่านมา จากยอดการจองห้องพักที่ลดลงและการจัดประชุม/สัมมนา ทั้งภาครัฐและเอกชนมีน้อย สำหรับในไตรมาสแรกของปี 2553 ผู้ประกอบการเชื่อว่าธุรกิจโรงแรมจะปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสที่สี่ของปี 52 เนื่องจากเป็นช่วงฤดูการท่องเที่ยวและมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล
ประเภทประกันภัย
ภาวะธุรกิจประกันภัยในไตรมาสที่สี่ของปี 2552 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ผ่านมา เนื่องจากประชาชนเลือกตัดสินใจที่จะลงทุนให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า ส่งผลทำให้ธุรกิจประกันภัยได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น และในไตรมาสแรกของปี 2553 ผู้ประกอบการคาดว่าภาวะธุรกิจประกันภัยจะยังทรงตัวจากไตรมาสที่สี่ของปี 2552
ประเภทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
ธุรกิจหมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนน้อยจึงไม่สามารถประมวลผลได้
ภัตตาคาร
ธุรกิจหมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนน้อยจึงไม่สามารถประมวลผลได้
เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการในภาคฯ
- รัฐบาลขาดเสถียรภาพ และความขัดแย้งทางการเมือง ทำให้ขาดความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน
- รัฐบาลควรเพิ่มงบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจทำให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
- ควรควบคุมราคาสินค้าและวัตถุดิบ รวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ให้มีการปรับขึ้นราคา
- ส่งเสริม/สนับสนุนให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อภาคอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง
รายงานผลการสำรวจภาวะธุรกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รายไตรมาสฉบับนี้ สรุปจากการสอบถามผู้ประกอบการธุรกิจใน 7 ประเภท ได้แก่ อุตสาหกรรม การค้าส่ง ค้าปลีก การก่อสร้าง การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กิจการโรงแรม ภัตตาคารและประกันภัย ใน 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี หนองคาย และมุกดาหาร ซึ่งแยกรายละเอียดได้ ดังนี้
สำหรับขนาดของธุรกิจที่ได้ให้ความร่วมมือตอบแบบสอบถามปรากฏดังนี้ ร้อยละ 57.1 เป็นธุรกิจขนาดเล็กที่มีเงินลงทุนไม่เกิน 50 ล้านบาท ร้อยละ 57.1 เป็นธุรกิจขนาดเล็กที่มีเงินลงทุนไม่เกิน 50 ล้านบาท ร้อยละ 10.2 เป็นธุรกิจขนาดกลาง ร้อยละ 22.4 เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ และไม่สามารถจำแนกขนาดได้ ร้อยละ 10.2
ธุรกิจที่ให้ความร่วมมือตอบแบบสอบถามร้อยละ 51.0 เป็นธุรกิจขนาดเล็กที่มีการจ้างงานไม่เกิน 50 คน ร้อยละ 22.4 เป็นธุรกิจขนาดกลางที่มีการจ้างงานระหว่าง 51-200 คน และร้อยละ 20.4 เป็นธุรกิจที่มีการจ้างงานมากกว่า 200 คน ส่วนที่ไม่ทราบขนาดมีร้อยละ 6.1
สำนักพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
|